มุมองการลงทุน > Asset Plus : Morning Plus

Asset Plus : Morning Plus : 15 July 2019

_____________________________________________
ประเด็นน่าสนใจ

  • สัปดาห์นี้เข้าสู่ฤดูกาลประกาศผลประกอบการของอเมริกา โดยเริ่มต้นที่กลุ่มแบงค์ โดยตลาดเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมายังคงเดินหน้าทำ New High จากปัจจัยหนุนการ Dovish ของ Fed ที่ตลาดคาดว่ามีจะดำเนินการปรับลดอัตราดอกเบี้ยในการประชุมสิ้นเดือนนี้ 1 ครั้งแล้วแน่ๆ
  • GDP ไตรมาส 2 ของจีนขยายตัว +6.2% YoY ต่ำสุดในรอบเกือบ 30 ปี จากผลกระทบของสงครามการค้า โดยต่ำกว่าไตรมาสที่แล้วที่ +6.4% YoY แต่เท่ากับที่ตลาดคาด ซึ่งคาดเป็นผลมาจากสงครามการค้า ซึ่งกระทบต่อภาคการผลิต การส่งออก รวมถึงการบริโภค นอกจากนี้ยังเป็นผลมาจากรัฐบาลที่เริ่มชะลอการกระตุ้นเศรษฐกิจในช่วงแรกของไตรมาสที่ 2 อย่างไรก็ตามตัวเลขเศรษฐกิจในเดือนล่าสุดส่งสัญญาณฟื้นตัว หลังรัฐบาลกลับมากระตุ้นเศรษฐกิจอีกครั้ง โดยเริ่มจากออกมาตรการสนับสนุนเงินลงทุนในโครงสร้างเพิ่มเติม โดยผลผลิตภาคอุตสาหกรรมเร่งตัวขึ้น จากเดือนก่อนและสูงกว่าที่ตลาดคาด จากการผลิตรถยนต์กลุ่มพลังงานทางเลือกที่รัฐให้การสนับสนุน รวมถึงยอดค้าปลีกเร่งตัวขึ้น สวนทางกับตลาดคาดว่าจะชะลอตัวลง ในขณะที่การลงทุนในสินทรัพย์ถาวรปรับตัวขึ้นเช่นกัน ซึ่งเราคาดว่านยบายทั้งด้านการเงินและการคลังโดยรวมจะผ่อนคลายในช่วงครึ่งหลังของปีเพื่อหนุนเศรษฐกิจที่ยังคงมีความเสี่ยงทางการค้า แต่การกระตุ้นของรัฐอาจจะอยู่ในกรอบจำกัดให้เศรษฐกิจเป็นไปตามเป้าหมายเท่านั้น เนื่องจากการกระตุ้นทางการคลังอาจเผชิญข้อจำกัดจากการดำเนินนโยบายไปค่อนข้างมากแล้วในไตรมาสที่ 1
  • ธนาคารแห่งประเทศไทย ออกมาตรการเพื่อป้องกันการเก็งกำไรจากเงินบาทแข็งค่า โดยปรับลดเกณฑืยอดบัญชีเงินฝากคงค้างในสกุลบาท ของผู้มีถิ่นที่อยู่ต่างประเทศจาก 300 ล้านบาท เหลือเพียง 200 ล้านบาท นอกจากนี้ยังเพิ่มความเข้มงวดในการรายงานข้อมูลถือครองตราสารหนี้นไทยของต่างชาติ โดยให้รายงานผู้ได้รับผลประโยชน์ที่แท้จริง ซึ่งจะมีผลบังคับใช้ในปลายเดือนนี้ ซึ่งคาดว่ามาตรการดังกล่าวจะช่วยพยุงค่าเงินบาทไม่ให้แข็งค่าในระยะสั้น แต่อย่างไรก็ตามอาจจะไม่ได้ทำให้ค่าเงินอ่อนค่ามากนัก เนื่องจากการเข้าลงทุนของต่างชาติ มิได้มีสัดส่วนจากการเก็งกำไรทั้งหมด แต่เป็นการเข้าลงทุนจริง


ตัวเลขเศรษฐกิจที่สำคัญ

  • US CPI (Jun): +1.6% YoY (vs +1.8% prev and +1.6% cons)
  • US Core (Jun): +2.1% YoY (vs +2.0% prev and cons)

_____________________________________________

ตัวเลขเศรษฐกิจที่สำคัญในสัปดาห์หน้า

วันอังคาร

  • สหรัฐฯ: ยอดค้าปลีก (Retail Sales) และ ผลผลิตภาคอุตสาหกรรม (Industrial Production) เดือน มิ.ย.

วันพุธ

  • สหรัฐฯ: ยอดก่อสร้างบ้าน (Housing Starts) และ ยอดขออนุมัติสร้างบ้าน (Building Permits) เดือนมิ.ย.

วันพฤหัสบดี

  • ญี่ปุ่น: ยอดส่งออก (Exports) และ นำเข้า (Imports) เดือน มิ.ย.

วันศุกร์

  • สหรัฐฯ: ความเชื่อมั่นผู้บริโภค U of Michigan เบื้องต้น เดือน ก.ค.
  • ญี่ปุ่น: เงินเฟ้อ (CPI) เดือน มิ.ย.


ประเด็นที่น่าติดตาม

  • 25 ก.ค. ผลการประชุม ECB โดยเราคาดว่า ECB จะส่งสัญญาณพร้อมปรับลดดอกเบี้ยและระบุว่าคณะกรรมการจะเตรียมหารือเกี่ยวกับการกลับมาทำ QE
  • 30 ก.ค. ผลการประชุม BOJ โดยเราคาดว่า ทางธนาคารกลางญี่ปุ่นจะคงนโยบายทางการเงินเดิมท่ามกลางเครื่องมือทางการเงินที่มีจำกัด

_____________________________________________

อเมริกา

  • ตลาดหุ้นสหรัฐฯปรับตัวขึ้ยต่อทำ New High โดยยังคงได้แรงหนุนจากแนวโน้มการปรับลดอัตราดอกเบี้ยของ Fed ทั้งนี้ S&P 500 ปรับตัวเพิ่มขึ้น +0.46% ปิด 3013.77 จุด ส่วน NASDAQ ปรับตัว +0.46% ปิด 8244.15 จุด

_____________________________________________

จีน

  • ตลาดหุ้นจีนทรงตัว หลังรอดูตัวเลขการเติบโตของเศรษฐกิจ โดย MSCI Chinaปรับตัว+0.04% ปิดที่ 78.66 จุด

ประเด็นน่าสนใจ

  • ยอดส่งออกของจีนในเดือนล่าสุด พลิกกลับมาหดตัว -1.3% YoY จากที่ขยายตัว +1.1% YoY ในเดือนก่อน แสดงสัญญาณผลกระทบต่อสงครามการค้ายังคงอยู่ ประกอบกับได้รับผลกระทบจากอุปสงค์ของโลกที่อ่อนแอ ส่วนการนำเข้าหดตัวเช่นกัน -7.3% YoY แต่หดตัวลดลงจากเดือนก่อนหน้าที่ -8.5% YoY แต่ยังคงแสดงถึงอุปสงค์ในประเทศที่อ่อนแอ
  • ยอดปล่อยสินเชื่อเดือนมิถนายน เพิ่มมากกว่าที่คาดจากการผ่อนคลายนโยบายของรัฐ ทำให้ยอดระดมทุนรวมสุทธิ (Total Social Financing) เพิ่มขึ้นเป็น 2.26 ล้านล้านหยวน จาก 1.39 ล้านล้านหยวน และสูงกว่าที่ตลาดคาดที่ 1.9 ล้านล้านหยวน โดยส่วนหลักมาจากยอดออกพันธบัตรรัฐบาลท้องถิ่นจากนโยบายการสนับสนุนการลงทุนในโรงสร้างพื้นฐานของรัฐ ทั้งนี้จะเห็นสัญญาณว่าหลังจากสงครามการค้าปะทุอีกครั้ง รัฐบาลจีนได้ลดความเข้มงวดของนโยบายภาคการเงินลง โดยมีการออกมาตรการสนับสนุน รวมถึง PBOC ยังมีการอัดฉีดสภาพคล่องเข้าสู่ระบบเป็นจำนวนไม่น้อย

_____________________________________________
เวียดนาม

  • ตลาดหุ้นเวียดนามปรับตัวลดลง โดย VN 30 ปรับตัว -0.47% ปิดที่ 874.99 จุด

_____________________________________________

อินเดีย

  • ตลาดหุ้นอินเดียปรับตัวลดลง โดย ดัชนี SENSEX ปรับตัว-0.22% ปิดที่ 38736.23 จุด และ MSCI India -0.16% ปิดที่ 1307.54 จุด

_____________________________________________
ไทย

  • ตลาดหลักทรัพย์ปิดที่ระดับ 1,731.59 จุด ลดลง 8.86 จุด (-0.51%) มูลค่าการซื้อขาย 70,717.19 ล้านบาท ดัชนีหุ้นไทยเคลื่อนไหวในแดนลบเป็นส่วนใหญ่ โดยดัชนีทำระดับสูงสุดที่ 1,746.21 จุด และทำระดับต่ำสุดที่ 1,728.36 จุด

ประเด็นน่าสนใจ

  • คณะรัฐมนตรีชุดใหม่เตรียมเข้าถวายสัตย์ 16 ก.ค. นี้ และจีมีการแถลงนโยบายวันที่ 25 ก.ค. นี้ ซึ่งจะมีทั้งนโยบายเร่งด่วนที่คาดว่าจะเป็นการเพิ่มกำลังซื้อ และแก้ปัฐหาการเกษตร ส่วนนโยบายระยะยาวคาดว่าจะเป็นเกี่ยวกับการสานต่อโครงการลงทุนต่างๆจากรัฐบาลชุดก่อนหน้า
  • คลังจัดงบ 'แสนล้าน' อัดมาตรการปลุกศก. "อุตตม" เตรียมคลอดมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจหลังเข้ารับตำแหน่ง "คลัง" เผยเสนอหลายแนวทางให้พิจารณา ชี้ส่วนใหญ่เน้นปลุกเศรษฐกิจฐานราก ขณะงบประมาณมีกว่า 1 แสนล้าน ทั้งจากงบกลางฉุกเฉิน 8 หมื่นล้าน และกองทุนประชารัฐ อีก 3-4 หมื่นล้าน หวังพยุงเศรษฐกิจโตไม่ต่ำกว่า 3.5% นักวิชาการแนะเพิ่มสวัสดิการบัตรคนจน ปลุกกำลังซื้อ – กรุงเทพธุรกิจ
  • แบงก์ชาติจ่อใช้ดีเอสอาร์ ล้อมคอกหนี้ครัวเรือนพุ่ง ประธานสมาคมธนาคารไทยได้หารือกับธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ถึงแนวทางการกำกับผ่านการกำหนดมาตรฐานกลางภาระผ่อนชำระหนี้เทียบกับรายได้ (ดีเอสอาร์) ซึ่งเบื้องต้นหลักเกณฑ์จะเป็นในเรื่องของคำจำกัดความว่า จะใช้แหล่งเงินใดนับเป็นรายได้ เพราะต้องกำหนดเป็นมาตรฐานเหมือนกันทุกสถาบันการเงินที่มีการปล่อยสินเชื่อ เพื่อให้เกิดผลดีต่อการประเมินความเสี่ยงในอนาคต และมีมาตรฐานเดียวที่ชัดเจน แต่ไม่ได้กำหนดเป็นอัตราของดีเอสอาร์ว่าต้องเป็นเท่าใด หลังจากปัจจุบันหนี้ครัวเรือนเพิ่มสูงขึ้น อาจทำให้มีความเสี่ยงเรื่องการผ่อนชำระหนี้ของลูกหนี้ได้ โดยคาดว่า ธปท.จะประกาศใช้ภายในไตรมาส 3 ปีนี้ – เดลินิวส์